บทความเกี่ยวกับสมุนไพร

กรมแพทย์แผนไทยขยาย’หมอทางเลือก’รับประชาคมอาเซียน

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมภายหลังประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ว่า เชื่อว่าความต้องการแพทย์แผนไทยจะมีมากขึ้น กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยฯ จึงได้จัดทำเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตแพทย์แผนไทยระยะ 10 ปี เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ที่ต้องการบุคลากรด้านดังกล่าว

ปัจจุบันแพทย์แผนไทยทั่วประเทศมีเพียง 500 คนเท่านั้น โดยประจำอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ทั่วประเทศซึ่งในจำนวนนี้ก็ยังไม่พอ เนื่องจากรพ.สต.มีมากถึง 9,700 แห่ง จึงจำเป็นต้องเร่งสำรวจความเหมาะสมของอัตรากำลัง เพื่อจะได้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาให้เปิดเป็นคณะหรือศาสตร์สาขาวิชา อย่างไรก็ตาม สธ.ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องกระจายกำลังด้านแพทย์แผนไทยให้ประจำอยู่ทุกตำบล แต่อาจจะสร้างเครือข่ายเข้ามาเพิ่ม เช่น รพ.สต. 3-4 แห่ง อาจมีแพทย์แผนไทยประจำคนเดียวก็ได้”

นพ.สุพรรณกล่าว และว่า นอกจากเรื่องการสำรวจความพร้อมของพื้นที่แล้ว ยังจำเป็นต้องเดินหน้า เรื่องการส่งเสริมแนวคิดแก่นักศึกษารุ่นใหม่ด้วยว่า แพทย์ไทยไม่ใช่หมอนวด แต่หมายถึงแพทย์ที่สามารถวินิจฉัยโรค และรักษาอาการของโรคได้ด้วยนวัตกรรมยาไทย ยาแผนโบราณ ตลอดจนประยุกต์ศาสตร์อื่นๆเพื่อการรักษาได้เช่น การนวดแบบฤๅษีดัดตน การนวดแก้ปวดหลังเพื่อลดอาการอักเสบหรือปวดกระดูก เป็นต้น นักศึกษาที่เรียนด้านนี้หากจบระดับปริญญาตรีก็จะออกใบประกาศวิชาชีพให้

นพ.สุพรรณกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงนำร่องระบบ โดยมี รพ.แพทย์แผนไทยประมาณ 9 แห่ง และมีสถานพยาบาลที่ให้บริการ จากมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาราชภัฏเชียงราย ขณะที่การเรียนการสอนเกี่ยวกับศาสตร์ดังกล่าวในสถาบันอุดมศึกษามีกว่า 20 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ

สำหรับศาสตร์ที่จำเป็นต้องผลักดันและเชื่อว่าจะแข่งขันในประเทศอาเซียนได้นั้นเป็นศาสตร์การนวดรักษา ซึ่งต่างจากการนวดเชิงส่งเสริมสุขภาพ หรือนวดเพื่อผ่อนคลายหากสามารถพัฒนาด้านกำลังคนก็จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการเร่งพัฒนาศักยภาพด้านสมุนไพร หรือยาไทยด้านเดียวอาจล่าช้า ไม่ทันต่อการแข่งขันระดับนานาชาติ เพราะประเทศเพื่อนบ้านเช่น เวียดนาม มีการเรียนการสอนแพทย์พื้นบ้านมานาน และมีการก่อตั้งกรมพัฒนาแพทย์พื้นบ้าน (Traditional Medicine) มานานกว่า 50 ปี

ที่มา :มติชน ฉบับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555